ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้มีการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเป็นพลังงานทดแทนมากขึ้น ดังนั้น หลายประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชียจึงสร้างโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์ฟาร์มขึ้นจำนวนมาก โดยมีขนาดและกำลังผลิต รวมทั้งจุดเด่นที่แตกต่างกัน

          ล่าสุด The Kamuthi Solar Power Project ในประเทศอินเดียก็เพิ่งคว้าตำแหน่งโซลาร์ฟาร์มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปครองด้วยกำลังผลิตไฟฟ้ามากถึง 648 เมกะวัตต์ ผลักให้โซลาร์ฟาร์มสวยๆ ดีไซน์สไตล์กราฟฟิควิดีโอเกมย้อนยุคอย่าง  The Topaz Solar Farm ในสหรัฐอเมริกาตกมาอยู่ในอันดับที่ 2 โดย The Kamuthi Solar Power Project ใช้เวลาสร้างขึ้นเพียง 8 เดือนเท่านั้น แถมยังได้ลุ้นอีกว่าในปีหน้านี้อินเดียจะกลายเป็นผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์อันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศเยอรมันนีและสหรัฐอเมริกาหรือไม่ แต่ทั้งนี้ตำแหน่งโซลาร์ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในโลกยังมีผู้ท้าชิงอย่างประเทศยูเครน ที่รัฐบาลยูเครนตัดสินใจใช้พื้นที่รกร้างรอบโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลที่เคยเกิดระเบิด มีการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสีที่เป็นอันตรายจนกลายเป็นเมืองร้างมาตั้งแต่ปี 1986 โดยมีการผลักดันแผนการก่อสร้างที่ใช้ระยะเวลาเพียง 6 เดือน และสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงถึง 1 กิกกะวัตต์

          ในปัจจุบันยังมีการออกแบบโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (Floating Solar Farm) ขนาดใหญ่ในหลายประเทศ ทั้งในประเทศญี่ปุ่น อังกฤษ บราซิล สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย แม้ว่าตอนนี้ The Queen Elizabeth II reservoir in Walton-on-Thames โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำขนาด 8 สนามฟุตบอลในอังกฤษจะครองอันดับโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในปี 2018 นี้ เมื่อโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในอ่างเก็บน้ำ Yamakura ประเทศญี่ปุ่นสร้างเสร็จ ด้วยกำลังผลิตไฟฟ้าสูงถึง 13.7 เมกะวัตต์

          แต่ล่าสุดจีนได้เปิดตัวโรงงานผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ในเมืองหวยหนาน มณฑลอันฮุย จึงนับเป็นโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยโซลาร์ฟาร์มแห่งนี้สร้างอยู่บนพื้นที่เหมืองถ่านหินเก่าที่มีน้ำท่วมขังสูง 4-10 เมตรตามปริมาณฝน และไม่ได้ใช้งานแล้ว เท่ากับว่าจีนได้ใช้พื้นที่ไร้ประโยชน์ให้กลับมีคุณค่า โดยไม่ต้องกระทบพื้นที่อยู่อาศัยของประชากร นอกจากนี้ความเย็นจากผิวน้ำยังช่วยให้โซลาร์เซลล์ไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้มีประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้โซลาร์เซลล์ที่ใช้ในโซลาร์ฟาร์มแห่งนี้เป็นโซลาร์เซลล์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้มีความทนทานต่อความชื้นสูง จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายไปก่อนเวลาอันควร สำหรับโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งในพื้นที่แห่งนี้ มีทั้งสิ้น 160,000 แผง และผลิตไฟฟ้าได้ 40 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับ 15,000 ครัวเรือนหรือมากกว่านั้น โดยจีนเองยังตั้งเป้าไว้ว่าในอนาคต เมื่อถึงปี 2563 จะสามารถผลิตพลังงานทดแทนจากลม น้ำ แสงอาทิตย์ และนิวเคลียร์ได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในประเทศ

          นอกจากนี้พื้นที่ในสนามบินก็ยังสามารถสร้างโซลาร์ฟาร์มได้เช่นกัน ซึ่งโซลาร์ฟาร์มในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่ Indianapolis International Airport โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างน้อย 17.5 เมกะวัตต์ และโซลาร์ฟาร์มแห่งนี้ยังได้รับรางวัลการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม Indianapolis Sustainability Award 2015 อีกด้วย

          ไม่เพียงแต่โซลาร์ฟาร์มจะถูกออกแบบเพื่อการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าเท่านั้น ยังมีโซลาร์ฟาร์มีอีกหลายแห่งให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น The Disney Solar Farm ในฟลอริดา ที่ดีไซน์เป็นรูป “มิกกี้เม้าส์” สัญลักษณ์ประจำ Walt Disney ที่เราคุ้นเคยกันดี เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าไปยัง Orlando’s Walt Disney World Resort และบริเวณโดยรอบ The Planta Solar 10 (PS10) & 20 (PS20) ในสเปน หอพลังงานคู่แฝดที่ดีไซน์การจัดวางแผงโซลาร์เซลล์ให้ดูคล้ายเป็นรูปพัดขนาดใหญ่คู่กันเมื่อมองจากด้านบน และ The Crescent Dunes Solar Energy Project ในสหรัฐอเมริกา ถูกดีไซน์ให้มีลักษณะเป็นวงกลมคล้ายจานดาวเทียมขนาดยักษ์  

          แม้โซลาร์ฟาร์มในแต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกันทั้งขนาด กำลังผลิต หรือแม้กระทั่งดีไซน์ แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน คือการสร้างพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเป็นพลังงานทดแทนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแทนพลังงานจากน้ำมัน ก๊าซ หรือถ่านหิน นั่นเอง

ที่มา : http://www.solar-d.co.th/