» MAGAZINE TO SAVE THE WORLD «
 Home  About us  Contact us
Register MEMBER
• Home
• Green Magazine
• Green News
• Green People
• Green Directory
Green on Facebook

ก.พลังงาน จับมือ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า ตั้งเป้าหมาย 150 สถานี ปี 2562
2018-03-19     Posted in Green News
Facebook Twitter More...

กระทรวงพลังงาน โดย กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เดินหน้าจัดพิธีเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) ผลักดันนโยบายพลังงาน 4.0 เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยกลายเป็น Smart Cities รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคที่สนใจยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายในปี 2562 ให้มีสถานีครบ 150 สถานี และไทยจะต้องมีรถยนต์ไฟฟ้าวิ่งบนท้องถนนให้ได้มากถึง 1.2 ล้านคัน อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานการไฟฟ้า ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าในแต่ละเครือข่าย รวมทั้งค่ายรถยนต์ต่างๆ กว่า 20 หน่วยงาน ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันเดินหน้าพัฒนาระบบเชื่อมต่อการใช้งานของแต่ละเครือข่ายเข้าด้วยกัน เพี่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด

ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเป็นนโยบายหลักของประเทศ เนื่องจากประเทศไทย็ป้นฐานการผลิตยานยนต์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยผลิตกว่า 2 ล้านคันต่อปี ส่งออกมากกว่า 1.2 ล้านคันต่อปี กอปรกับวิวัฒนาการของโลกในอนาคตจะก้าวไปสู่การเลิกใช้น้ำมัน โดยหันไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หากไม่เตรียมพร้อมก็จะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรม ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ การจ้างงาน และธุรกิจ SME ที่ผลิตชิ้นส่วนต่างๆป้อนให้อุตสาหกรรม ฉะนั้น รัฐบาลได้ตระหนักและเตรียมความพร้อมที่จะขับเคลื่อน ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงมาสู่อุตสาหกรรมที่ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปสู่อนาคต โดย ยานยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นหนึ่งในแผนนโยบายที่ภาครัฐกำลังเร่งผลักดัน ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ให้ความสำคัญ และสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มทางเลือกการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยขณะนี้ได้เร่งขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2579 ประเทศไทยจะต้องมียานยนต์ไฟฟ้าให้ได้มากถึง 1.2 ล้านคัน

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าว ประเทศไทยเริ่มตื่นตัวและมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ในอนาคตจะมีประชาชนหันมาใช้มากขึ้นโดยเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งขณะนี้ได้เร่งขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคที่สนใจยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวและจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การสนับสนุนงานวิจัยแบตเตอรี่ สนับสนุนการนำร่องยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มรถสาธารณะ อาทิ รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า และการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง เช่น เตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้า และสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station)

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้สถานีอัดประจุไฟฟ้าที่แล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการแล้ว ขณะนี้สถานีอัดประจุไฟฟ้าที่แล้วเสร็จและเปิดให้ใช้บริการแล้ว จำนวน 15 หัวจ่าย จาก 13 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.กรมควบคุมมลพิษ 2.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตองครักษ์ 3.บริษัท บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด ปทุมวัน 4.บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (สำนักงานใหญ่) 5.บริษัท เค.อี.รีเทล จำกัด (CDC) 6.ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์แอลเอชช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ สาขา 001 (ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 อโศก) 7.บริษัท แรบบิท ออโต้ คราฟท์ จำกัด 8.บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 9.บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ เซอร์วิส 2016 จำกัด 10.บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ราชพฤกษ์ 2) 11.บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 12.บริษัท สแตนดาร์ด เอ็นจีวี จำกัด 13.บริษัท เกษรเรียลตี้ จำกัด (ศูนย์การค้าเกษร)

นอกจากนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยยังได้ริเริ่มโครงการเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่มีอยู่หลากหลายเครือข่ายและบริษัทรถยนต์ที่จำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าประเภทปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) โดยได้ร่วมกันลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือในการพัฒนาระบบเชื่อมต่อการใช้งานของแต่ละเครือข่ายเข้าด้วยกัน อันมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ให้สามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าในแต่ละแห่งได้โดยไม่ต้องพกบัตรผู้ใช้บริการหลายใบ โดยในเบื้องต้น สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ 1.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 2. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท กริดวิซ (ประเทศไทย) จำกัด 4. บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด 5. บริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด 6. บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 7. บริษัท จีแอลที กรีน (ประเทศไทย) จำกัด 8. บริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี จำกัด 9. บริษัท เดอะ ฟิฟท์ อีลีเมนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 10. บริษัท วอลโว่คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด 11.บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 12. บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด 13. บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด 14. บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด 15. บริษัท อี.วี.เอฟ (ประเทศไทย) จำกัด 16. บริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเซีย) จำกัด 17. บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด และ18. บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด



 กฟภ. ผนึกกำลัง เมสเซ่ แฟรงค์เฟิร์ต เตรียมจัดงาน Thailand Lighting Fair 2018
 บีไอจีมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่ากว่าล้านบาทให้กับ 5 โรงพยาบาลรัฐในภาคเหนือ
 ถิรไทย..มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสังคมไทย มอบหม้อแปลงไฟฟ้า แก่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา
 ก.พลังงาน จับมือ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า ตั้งเป้าหมาย 150 สถานี ปี 2562
 สนพ. จัดงาน “วิจัยพลังงานไทย เพื่อก้าวที่ยั่งยืน” หนุนงานวิจัยใหม่ ตอบโจทย์ Thailand 4.0
 กลาสเทค2018 งานแสดงอุตสาหกรรมแก้วและกระจกระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก
 อั๊คโซ่ โนเบล เปิดตัวนวัตกรรมเทรนด์สีผงสำหรับงานด้านสถาปัตยกรรม Futura 2018-2021
 กรีนลาเท็กซ์ ปักธงปี 61 ขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องนอนสุขภาพในไทยขยายสาขากว่า 30 สาขา พร้อมเปิดโรงงานใหม่ใหญ่ที่สุดในเอเชียปลายปีนี้
 บี.กริม เพาเวอร์ ‘BGRIM’ ชูกำไรเฉียด 3,600 ล้านบาท พุ่งกว่า 55% ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตปี 2561 กว่า 400 เมกะวัตต์
 BASF ร่วมลงนาม MOU เพื่อดำเนินการฟื้นฟูแม่น้ำและโครงการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

ดูข่าวทั้งหมด »

Home About us Green Magazine Green News Green People Green Directory Contact us
Copyrigth©GREENNETWORKTHAILAND.COM All rigth reserved.