การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีประเทศไทย ผู้จัดหาโซลูชั่นไอซีทีชั้นนำระดับ โลก ร่วมเปิดศูนย์นวัตกรรม กฟภ.(PEA Innovation Center) เพื่อเป็นศูนย์พัฒนาและวิจัยด้านไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีอันทันสมัยแห่งแรกในประเทศไทย บริเวณชั้น 3 บนพื้นที่ 60-70 ตารางเมตร ณ อาคาร LED สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ

                เสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า ศูนย์นวัตกรรม กฟภ.(PEA Innovation Center) เป็นการร่วมมือระหว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด ถือเป็นศูนย์นวัตกรรมด้านไฟฟ้าแห่งแรกในประเทศไทย โดยจะตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 3 บนพื้นที่ 60-70 ตารางเมตร อาคาร LED ของ กฟภ. เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการวิจัย คิดค้นและทดสอบนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า โดยจะนำเทคโนโลยีด้าน ICT ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้ารวมทั้งระบบที่เกี่ยวข้องกับ Smart Grid โดยมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายมีอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัยตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้ในการศึกษาเรียนรู้และทดลองใช้งานรวมถึงมีพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้และแสดงความคิดเห็น สถานที่อบรมและจุดประกายความคิดในการสร้างความมั่นคงด้านระบบฟ้าให้มีความมั่นคงแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) และคลาวด์ ด้านพลังงานไฟฟ้า รวมถึงระบบอื่นๆ มาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงข่าย และเพิ่มศักยภาพระบบโครงข่ายให้มีความอัจฉริยะในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนางานด้านทรัพยากรบุคคล ตลอดจนเผยแพร่เทคโนโลยีไฟฟ้าอัจฉริยะให้เป็นที่แพร่หลาย

                นอกจากนี้ความร่วมมือในครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบและใช้งานเทคโนโลยีเครือข่าย “ALL IP” ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนวัตกรรมต่างๆ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้งสำหรับพลังงานไฟฟ้า บิ๊กดาต้า อุปกรณ์ชาร์จพลังงานสำหรับยานยนต์ สมาร์ทโฮมและการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ สองคล้องตามนโยบายของกฟภ. ในการพัฒนาคนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองการก้าวสู่ยุค PEA 4.0 มุ่งสู่การเป็น “การไฟฟ้าแห่งอนาคต” (The Electric Utility of the Future) และ กฟภ.พร้อมเปิดพื้นที่ PEA Innovation Center ให้แก่นิสิต นักศึกษา อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัยจากสถาบันต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามาเรียนรู้ใช้ศูนย์แห่งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมในด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยด้วย

                สำหรับภายในศูนย์ฯแห่งนี้ทางหัวเว่ยให้การสนับสนุนทางด้านอุปกรณ์ สำหรับการพัฒนาและติดตั้งเทคโนโลยี Single IoT Platform ที่เกิดจากการผสานโครงข่ายสองโครงข่าย คือ PLC-IoTและeLTE-IoT เข้าด้วยกันเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพและความน่าเชื่อถือของระบบและบริการด้านไฟฟ้าของกฟภ. เช่น ช่วยในการเข้าถึงและปรับสมดุลระบบโครงข่ายไฟฟ้า (เพาเวอร์กริด) ได้แบบเรียลไทม์  ปรับปรุงการใช้ไฟฟ้าและการประหยัดพลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสมรวมไปถึงระบบการใช้มิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะAMI (Advanced Metering Infrastructure) มิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้า AMI หรือที่เรียกว่า “สมาร์ทมิเตอร์” จะค่อยๆ เข้ามาแทนที่มิเตอร์รุ่นเก่าในอนาคต ซึ่งไม่เพียงจะสามารถวัดอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าได้เท่านั้น แต่ยังสามารถระบุช่วงเวลาการใช้งานระหว่างวันได้อีกด้วย สมาร์ทมิเตอร์ดังกล่าวใช้ช่องทางการสื่อสารแบบสองทาง สามารถถ่ายโอนข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและค่าไฟระหว่างผู้ใช้ไฟฟ้าและการไฟฟ้าได้ ทั้งยังเอื้อต่อการดำเนินโครงการรณรงค์ประหยัดพลังงาน ซึ่งท้ายที่สุด เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้กฟภ. สามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านต้นทุนการเป็นเจ้าของลงได้มากถึง 25 % และหัวเว่ยสนับสนุนบุคลากรที่เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวิจัยและพัฒนาภายในศูนย์แห่งนี้ด้วย

                มร. หู กัง หัวหน้าฝ่ายขายกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นหนึ่งใน 4 กลุ่มธุรกิจหลักของหัวเว่ย ที่มุ่งเน้นการจัดหาผลิตภัณฑ์ บริการและโซลูชั่นที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะอย่างของลูกค้าองค์กร อุตสาหกรรม และภาครัฐ ที่ดำเนินธุรกิจด้านสาธารณูปโภค การเงิน พลังงาน ไฟฟ้า ขนส่ง และภาคอื่นๆด้วยการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลนวัตกรรมแบบเปิด หัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ ช่วยให้ธุรกิจ อุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐบาล ประสบความสำเร็จด้านการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัล บนแพลตฟอร์มที่เน้นการบริการนอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรสามารถผสานข้อมูลและเทคโนโลยีการดำเนินงานเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธุรกิจของตนด้วยโซลูชั่นไอซีทีชั้นนำครบวงจร ทั้ง “Cloud-Pipe-Device” เสนอแก่ลูกค้าเพื่อให้สามารถสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วและมีความชาญฉลาดยิ่งขึ้นเพื่อการแข่งขันในอนาคต โดยในปี 2560 ที่ผ่านมานั้น รายได้ของกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ปี 2560 รวม 54,948 ล้านหยวน หรือ 8,400 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้น 35.1% จากปี 2559

                ด้านธุรกิจกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ยในประเทศไทยนั้น ได้ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในภาครัฐ ตลอดจนบริษัทขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่สนใจที่จะสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีและการบริหารจัดการแบบดิจิทัล ภาคธุรกิจต่าง ๆ เช่น ธนาคาร พลังงาน การขนส่ง และภาคการผลิต กำลังมองหาหนทางใหม่ ๆ ในการสร้างการเติบโต และหัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นเฉพาะด้านที่ตรงกับความต้องการ  ปัจจุบัน หัวเว่ย เอ็นเตอร์ไพรส์ ยังคงให้บริการโครงสร้างพื้นฐานหลายระดับทั่วประเทศ และมีผู้เชี่ยวชาญด้านบริการให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

                สำหรับศูนย์ PEA Innovation Center ที่ทางหัวเว่ยได้ร่วมกับ กฟภ.สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นต้นแบบสำหรับเป็นพื้นที่วิจัยการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย และขยายออกสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หัวเว่ยภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการนี้ โดยหัวเว่ยจะมุ่งมั่นทุ่มเททำงานร่วมกันเพื่อระดมแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์สู่คนไทยทุกคน ส่วนโครงการความร่วมมืออื่นๆนั้นต้องดูรายละเอียดของแต่ละโครงการประกอบการตัดสินในร่วมงานกับทาง กฟภ.ในอนาคตต่อไป