ในอนาคตโรงแรมทุกโรงแรมจะให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การซื้อและขายพลังงานให้กับแหล่งพลังงานทดแทน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สะอาดและปลอดภัย การใช้พลังงานทดแทนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึงการตระหนักถึงเรื่องคาร์บอนฟุตพรินต์ที่จะเป็นตัวบ่งบอกความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของโรงแรมนั่นเอง

Green Hotel หรือโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือรูปแบบหนึ่งที่ส่งเสริมศักยภาพโรงแรมให้มีการใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างงคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี และยกระดับมาตรฐานการบริการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้มอบรางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ เพื่อเชิดชูและประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการ โรงแรม และสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นับว่าเป็นการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เป็น 1 ใน 17 เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)  ในภาคส่วนของโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) ในปีนี้มีโรงแรมที่ได้รับรางวัลจำนวน 74 แห่ง แมนดาริน เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้รับรางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับดีเยี่ยม (G ทอง)

บริษัท แมนดารินโอเด็ล จำกัด (มหาชน)  ดำเนินกิจการโรงแรมเพื่อให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเช่าพักอาศัย เริ่มเปิดบริการตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมา ต่อมาได้มีการปิดปรับปรุง และปรับโฉมในปี 2556 เป็น โรงแรมแมนดาริน แมนเนจบาย เซ็นเตอร์พอยต์ (Mandarin Hotel Managed by Center Point) โดยในปี 2559 ได้สนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยเปลี่ยนเป็น “โรงแรมปลอดบุหรี่” (Smoke Free Hotel) และล่าสุดได้เข้าร่วมโครงการโรงแรมสีเขียว

อาทิตย์ ไวทยะพัธน์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแมนดาริน ได้เปิดเผยถึงการเข้าร่วมโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) ว่า แมนดารินมีนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Green Hotel ตั้งแต่การประกาศเจตนารมณ์นโยบายด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงาน ตั้งแต่การตั้งเป้าหมายจะลดการใช้ไฟฟ้าลง 1% ภายในปี 2560 และเนื่องจากในภาวะปัจจุบัน ประเทศชาติกำลังประสบปัญหาด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของชาติเป็นอย่างมาก ดังนั้น แมนดารินจึงได้ดำเนินการนำระบบการจัดการพลังงานมาประยุกต์ใช้ภายในบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2558 ทั้งยังได้กำหนดนโยบายอนุรักษ์พลังานเพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานด้านพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

 

“การอนุรักษ์พลังงานเป็นสิ่งสำคัญและเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคนที่ต้องร่วมมือกันดำเนินการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่องและให้คงอยู่ต่อไป”

 

จัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

                ภายใต้นโยบายการเป็นโรงแรมสีเขียวของแมนดารินนั้น ได้ตั้งเป้าไว้ว่าโรงแรมจะต้องทำการสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ภายในโรงแรม ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมและได้รับเครื่องหมายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างน้อย 50% ภายในระยะเวลา 1-2 ปี และภายในปีต่อๆไป เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกและซื้อผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ข้าวอินทรีย์ปลอดสารเคมี ข้าวออร์แกนิกจากเกษตรกร วัตถุดิบที่สั่งมาพร้อมใช้เพื่อลดขยะ และเลือกใช้ผักปลอดสารพิษ เป็นต้น

 

การจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ

อาทิตย์ กล่าวว่า น้ำถือเป็นทรัพยกรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อทุกสิ่งมีชีวิต ฉะนั้นจึงมีระบบการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ โดยผ่านกิจกรรมลดการใช้น้ำสำหรับพนักงานและผู้ใช้บริการ จัดทำป้ายรณรงค์เพื่อลดการใช้น้ำ เช่น ไม่เปิดน้ำไหลทิ้ง ขณะฟอกสบู่ กดน้ำดื่มแต่พอดี หรือแม้แต่จัดขวดน้ำดื่มไว้บริการแก่ผู้เข้าร่วมประชุมแทนการเติมน้ำในแก้วที่เตรียมไว้ รณรงค์ให้ผู้มาใช้บริการ ใช้ผ้าเช็ดตัวผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนซ้ำ รวมไปถึงการติดตามตรวจสอบอุปกรณ์และระบบท่อภายในโรงแรมอย่างต่อเนื่อง เลือกใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ที่มีระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ ในการช่วยประหยัดน้ำ และสามารถเลือกใช้น้ำน้อยหรือมากได้ มีการติดตั้งมาตรวัดน้ำเพื่อติดตามปริมาณการใช้ และการควบคุมการรดน้ำสนามหญ้าและพืชพรรณที่เหมาะสม โดยตั้งเวลาเปิด-ปิด 2 ช่วงคือ เวลา 21.00-21.30 น. และ 05.00-05.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลากลางคืนลดการระเหยของน้ำ ส่วนด้านการจัดการน้ำเสีย มีการจัดทำตะแกรงดักเศษอาหาร โดยมีการตักและทำความสะอาดเศษอาหารและไขมันออกจากตะแกรงอย่างสม่ำเสมอ และมีบ่อดักไขมันที่เหมาะสม และการจัดการน้ำภายในโรงแรมนั้น ได้มีการบันทึกปริมาณการใช้น้ำประปาเปรียบเทียบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2557 -2559 พบว่า มีปริมาณการใช้น้ำลดลงทุกปี

 

การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ

                อาทิตย์ กล่าวว่า แมนดารินให้ความสำคัญเรื่องขยะ จึงมีการดำเนินการเพื่อลดการเกิดขยะ (Reduce) สำหรับผู้ใช้บริการ พนักงาน และบริษัทคู่ค้า ได้แก่ เลือกใช้ภาชนะแก้วน้ำดื่ม แทนการใช้แก้วกระดาษสำหรับ Welcome Drink Corner เลือกใช้ถุงผ้าซักรีด แทนการใช้ถุงพลาสติก ตกแต่งสถานที่โดยใช้ไม้ประดับหรือดอกไม้ปลอม แทนการใช้ดอกไม้สด เพื่อลดปริมาณขยะ และสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ เลือกใช้ภาชนะใส่ขนม แทนการใช้ถ้วยกระดาษหรือฟอยล์เค้ก จัดเตรียมภาชนะเพื่อรองรับแผ่นพับ ใบปลิวหรือเอกสารต่างๆ ที่ผู้ร่วมประชุมไม่ต้องการ เพื่อนำไปใช้เป็นกระดาษรีไซเคิล เลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้เป็นวัสดุที่ใช้แล้วทิ้ง  จัดให้มีภาชนะแยกเศษอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อสะดวกต่อการนำไปใช้ประโยชน์หรือกำจัดต่อไป มีการประสานงานกับคู่ค้าในการจัดซื้อผักผลไม้ท้องถิ่นที่ได้รับการตัดแต่งเรียบร้อยแล้ว เพื่อลดการเกิดขยะ มีการใช้ผ้าเช็ดมือ เพื่อลดการใช้กระดาษในห้องน้ำ

 

“การคัดแยกขยะ แบ่งเป็นขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะอันตราย และขยะมูลฝอยทั่วไป เก็บรวบรวมอย่างถูกต้อง โดยขยะรีไซเคิลจะส่งขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าในท้องถิ่น ส่วนการจัดเก็บขยะอันตราย รวบรวมหลอดไฟเก่าที่ไม่สามารถใช้งานได้ เพื่อส่งต่อให้ทางเขตฯ เข้ามารับไปจัดการอย่างวิธีต่อไป และสำหรับขยะอาหารจะนำไปใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์”

               

การจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับลดการใช้พลังงานในสถานประกอบการ ในส่วนของพนักงานเริ่มแต่ตั้งการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ปรับความเย็นของตู้เย็น ให้อยู่ในอุณหภูมิที่ประหยัดพลังงาน ใช้กระดาษครบทั้ง 2 หน้า ปิดไฟดวงที่ไม่ใช้งาน ขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ทำการปิดชั้นห้องพัก ในช่วงการเข้าพักน้อยเพื่อลดการใช้พลังงาน มีการดูแล บำรุงรักษาอุปกรณ์แสงสว่างภายในโรงแรมให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการบำรุงรักษาเป็นประจำทุก 6 เดือน มีการเปลี่ยนหลอดไฟเมื่อพบว่าชำรุดโดยเปลี่ยนจากหลอดคอมแพ็กต์ฟลูออเรสเซนต์ 8 วัตต์ เป็นหลอดไฟ LED 5 วัตต์ มีการติดตั้งและใช้สวิตช์ตั้งเวลาเพื่อควบคุมการใช้พลังงานเพื่อแสงสว่างในอาคาร ควบคุมและป้องกันความเย็นรั่วไหลออกสู่พื้นที่ห้องหรืออาคาร ด้วยการติดตั้งประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติที่ประตูทางเข้า-ออก เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วไหล รวมไปถึงปรับลดพื้นที่ปรับอากาศ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน มีการใช้ความเย็นของระบบ Heat Pump ไปหล่อเลี้ยงห้อง Chiller เพื่อช่วยลดการเกิดเป็นหยดน้ำตามท่อและวาล์วต่างๆ และมีการใช้ร่มเงาของพรรณพืชช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกอาคารเข้าสู่ตัวอาคารโรงแรม และยังเป็นการเพิ่มพื้นสีเขียวภายในโรงแรม อาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติม 

  ก่อนการเข้าร่วมโครงการโรงแรมสีเขียว แมนดารินมีอัตราการใช้ไฟฟ้าของผู้เข้าพักในปี 2557 อยู่ที่ 20.3 หน่วยต่อปี ในขณะที่ปี 2559 อัตราการใช้ไฟฟ้าของผู้เข้าพักลดลงเหลือเพียง 17.4 หน่วยต่อปี และนอกเหนือจากการรับรางวัลสัญลักษณ์ G-Green ประเภทโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว แมนดารินไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ พร้อมที่จะสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น SEAN Green Hotel Awards และ Thailand Energy Awards ซึ่งล้วนเป็นรางวัลที่การันตีด้านการอนุรักษ์พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

“อยากให้โรงแรมในบริเวณกรุงเทพฯ และทั่วประเทศเข้าสู่ Green Hotel กันมากขึ้น ด้วยการมุ่งมั่นและจริง เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการให้บริการ เพื่อเราจะได้เป็นประเทศที่รักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ทิศทางจะเปลี่ยนไปในทิศทางของการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงาน”