คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ พัฒนานวัตกรรมเมกะเทรนด์ ติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ ตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร นำร่องติดตั้งภายในห้องสมุดและห้องเรียน โดยทำงานบูรณาการร่วมกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์สู่ระบบ Cloud พร้อมพัฒนาแอพพลิเคชั่น สำหรับแสดงผลและแจ้งเตือนค่าคุณภาพอากาศที่ตรวจวัดได้ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง

          รศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ต่อยอดงานด้านนวัตกรรม 1 ใน 5 Megatrends (กระแสหลักของการเปลี่ยนแปลงที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคต) ได้แก่ ระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่ได้ติดตั้งเครือข่ายเซ็นเซอร์เพื่อตรวจวัดหมอกฝุ่นควัน (haze) ในพื้นที่ จ.น่าน และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถประเมินผลได้แบบทันทีทันใด (Real Time) ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้สามารถประเมินผลกระทบจากหมอกฝุ่นควันได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้อย่างถูกต้อง จึงได้มีการพัฒนาต่อยอด ประยุกต์เป็นระบบเซ็นเซอร์อย่างง่ายเพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศในอาคาร (system of indoor air quality sensor)

          ล่าสุด ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงได้ทำการบันทึกข้อตกลงความมือกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในการดำเนินงานศูนย์นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ (IoT City Innovation Center) เพื่อพัฒนาระบบนิเวศน์นวัตกรรมบนพื้นฐานเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ในการนำเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้สำหรับส่งข้อมูลจากการตรวจวัดคุณภาพทางอากาศได้แบบเรียลไทม์ และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อไป

          รศ.ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ในบริเวณห้องสมุด ห้องประชุม และห้องเรียน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีบุคคลที่เข้ามาใช้งานคั่บคั่ง ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาวะสบายของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำการตรวจสอบ ประกอบด้วย อุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่นละออง  และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการ ด้านคุณภาพอากาศภายในอาคาร ซึ่งข้อมูลที่ได้นั้นจะใช้ในการเฝ้าระวัง ตลอดจนการจัดการสภาพแวดล้อมภายในอาคาร ทั้งด้านสุขภาพของผู้ที่ใช้งานในพื้นที่ รวมถึงการควบคุมการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม

“การตรวจวัดและเฝ้าระวังสภาวะของคุณภาพอากาศภายในอาคาร สามารถใช้ประโยชน์จากชุดเซ็นเซอร์ตรวจวัดอากาศขนาดเล็ก บูรณาการร่วมกับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์สู่ระบบ Cloud และการพัฒนาแอปพลิเคชัน สำหรับแสดงผลและแจ้งเตือนค่าคุณภาพอากาศที่ตรวจวัดได้ ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ใช้พื้นที่ได้รับทราบ เพื่อวางแผนและปรับปรุงระบบในพื้นที่ต่อไป”

 

          ด้าน ดร.ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารไร้สาย บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) กล่าวว่า CAT ได้รับใบอนุญาตการทดลองใช้ความถี่สำหรับ LoRaWAN จากสำนักงาน กสทช.  และได้ดำเนินการติดตั้งโครงข่าย LoRaWAN เพื่อให้อาจารย์ นักศึกษา และผู้ที่สนใจได้ใช้งานในการทดลองพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ โดยที่โครงข่าย LoRaWAN นี้ เป็น Low Power Wide Area Network (LPWAN) รูปแบบหนึ่ง ซึ่งออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานและส่งข้อมูลที่ความเร็วต่ำ จึงเหมาะสำหรับเซ็นเซอร์ต่างๆและอุปกรณ์ที่ทำงานโดยใช้แบตเตอรี่

          นอกจากนี้ CAT ได้ทำการติดตั้งแพลทฟอร์มสำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและบริการด้าน IoT (IoT  Service and Application Development Platform) ที่รองรับการทำงานร่วมกับโครงข่าย LoRaWAN และโครงข่ายอื่นๆ เช่น 3G, 4G  ซึ่งแพลทฟอร์มนี้จะช่วยให้อาจารย์ นักศึกษา และผู้ที่สนใจสามารถพัฒนา IoT Application ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น