ในปัจจุบัน การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคโรงงานอุตสาหกรรม ก็ได้หันมาให้ความสนใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีความคุ้มค่าในการผลิตไฟฟ้าใช้เอง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้แล้ว ยังเป็นพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

          บริษัท รอแยลแคนอินดัสทรีส์ จำกัด (Royal Can Industries Co., Ltd) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารกระป๋องรายใหญ่ในประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดย จับมือกับ บริษัท นอร์ติส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด  ผู้นำนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนในเมืองไทย ติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาในบริเวณเดียวกันใหญ่ที่สุดในไทย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองในโรงงาน ซึ่งสมารถลดยอดค่าไฟและต้นทุนการผลิตกว่า 15 ล้านบาทต่อปี และเพื่อชูวิสัยทัศน์ของผู้นำธุรกิจแพ็คเกจจิ้งที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

          ธวัช ธนวัชรางกูร กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ กล่าวถึงการลงทุนครั้งสำคัญนี้ว่า “รอแยลแคนได้ทำการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานผลิตกระป๋อง ภายใต้โครงการเพื่อสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้สานต่อมาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะขององค์กรภาคธุรกิจผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการติดตั้งโซลาร์รูฟครั้งนี้ ได้เลือก นอร์ติส กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลังงานทดแทนเป็นผู้ติดตั้งและดูแลระบบ ซึ่งคาดว่า การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์จะเป็นการใช้พลังงานสะอาดที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดค่าไฟฟ้า และต้นทุนในการผลิตลง ถึงปีละ 15 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการยกระดับศักยภาพโรงงาน ด้วยการควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ในขณะที่ยังคงความสามารถในการผลิตและความพร้อมในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” ธวัชกล่าว

          ประภารัตน์ ตังควัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ติส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด  กล่าวว่า ได้ดำเนินงานติดตั้งโซลาร์รูฟให้กับ รอแยลแคน ขนาด 2,997.36  กิโลวัตต์ (3 เมกะวัตต์) ซึ่งเป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (PV Solar Roof System) ในบริเวณเดียวกันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้  โดยใช้แผงโซลาเซลล์ทั้งหมด 9,142 แผ่น บนหลังคาของโรงงานรอแยลแคน จ.สมุทรสาคร รวมพื้นที่ 17,400 ตร.ม. พร้อมติดตั้งระบบแปลงไฟฟ้าเทคโนโลยีชั้นสูง (Invertor) 79 ตัว เป็น 4 สถานี (Station) ซึ่งนับเป็นการติดตั้งที่สูงที่สุดในไทยเช่นกัน โดยสามารถแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้กับเครื่องจักรการผลิตได้เทียบเท่ากับไฟฟ้าปกติ โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 4,082,404 หน่วย ซึ่งปัจจุบันโรงงานผลิตกระป๋องรอแยลแคนแห่งนี้ มียอดการใช้ไฟฟ้ากว่าปีละกว่า 18 ล้านหน่วยจำนวนเงิน 59.82 ล้านบาท หลังจากติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา คาดว่า จะสามารถลดค่าไฟฟ้าภายในโรงงานได้กว่า 12.94 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 24.56 อีกทั้งยังช่วยโลกในการลด Carbon Footprint ของภาคธุรกิจได้ถึงปีละ 2,478 ตันต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 8,260 ต้น โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีมูลค่าโครงการประมาณ92.90 ล้านบาท โดยนอร์ติสจะเป็นผู้ดูแลระบบตลอดอายุสัญญาระยะเวลา 2 ปี

          ด้านการดำเนินธุรกิจของรอแยลแคน ตั้งเป้ารายปี 2562 3,000 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,700 พันล้านบาทในปี 2561 โดยมองว่า อุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารกระป๋องยังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นตลาดของบริษัทฯ ถึงแม้จะอุปสรรคด้านความผันผวนของราคาวัสดุในการผลิตกระป๋อง แต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว เนื่องจากจะช่วยลดต้นทุนลงอย่างมหาศาล นอกจากนี้ รอแยลแคน ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและตอบแทนสังคมเป็นอันดันต้น ๆ ซึ่งจะเห็นได้จากกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและตอบแทนสังคม (CSR) ที่มุ่งมั่นทำมาอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปี 

          “เราเชื่อว่า การดำเนินธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในเวลานี้ ต้องตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และเพิ่มบทบาทความเป็น ‘มิตร’ กับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจยังดำเนินได้ต่อไปอย่างยั่งยืน” ธวัชกล่าวปิดท้าย