โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำในการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ (PKO) รายใหญ่ในประเทศไทย เป็นโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตเป็น B100 แล้วนำไปผสมในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วเป็นไบโอดีเซล ซึ่งปัจจุบัน กำหนดให้มี B100 ผสมในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 7% (เรียกว่า B7) เป็นการช่วยเหลือเกษตรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจากพืช ช่วยทำให้ระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์สะอาด ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

          คุณพิพิธ คล้ายสมบัติ ผู้จัดการบริหารฝ่ายวิศวกรรม บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) เล่าถึงกระบวนการผลิตของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้ฟังคร่าวๆ ว่า ในขั้นตอนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ก็จะมีการนำเอาทะลายปาล์มสดมาอบ-นึ่งเพื่อยับยั้งเอนไซต์ตามธรรมชาติ ทำให้ขั้วผลปาล์มนิ่มหลุดร่วงจากทะลายได้ง่าย อีกทั้งทำให้เนื้อของผลปาล์มยุ่ยง่ายในการสกัดน้ำมัน จากนั้นจึงนำผลปาล์มเข้าเครื่องนวด เพื่อแยกผลปาล์มออกจากทะลายและถูกส่งต่อไปยังขั้นตอนย่อยผลปาล์ม และทะลายปาล์มเปล่าจะถูกนำเข้าเครื่องบีบทะลายปาล์มเพื่อลดความชื้น และทะลายปาล์มเปล่าเหล่านี้ก็จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับการผลิตไอน้ำและกระแสไฟฟ้า อีกทั้งบริษัทฯ ยังนำทะลายปาล์มเปล่าไปใช้ทำปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุปรับปรุงดินอีกด้วย ในส่วนของเมล็ดปาล์มที่ได้ ก็จะนำเข้าหม้อกวนปาล์ม เพื่อแยกส่วนที่เป็นเมล็ดในของปาล์มออก จากนั้นจึงนำเข้าขั้นตอนสกัดน้ำมันจากผลปาล์ม กรองและแยกน้ำมัน ทำให้กลายเป็นน้ำมันบริสุทธิ์ต่อไป

และขั้นตอนสุดท้ายคือการขัดและแยกเมล็ด เพื่อนำเมล็ดในไปสกัดน้ำมันได้อีก หลังจากปั่นแห้งกากใยที่ได้จากการบีบน้ำมัน ใยปาล์มจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง ส่วนเมล็ดก็จะเข้าเครื่องขัดและแยกขนาดเล็ก-ใหญ่ จากนั้นก็จะเข้าเครื่องกระเทาะเมล็ดในปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะประกอบปด้วยกะลาปาล์ม และเมล็ดใน จะแยกเมล็ดออกจากกะลาปาล์มด้วยการเข้าเครื่องกระเทาะกะลาให้แตก และแยกเศษกะลาออกเมล็ดในด้วยเครื่องแยก เศษกะลาที่ได้ จะถูกนำไปจำหน่าย เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ส่วนเมล็ดที่มีน้ำมันอยู่ก็เข้าสู่กระบวนการอบเมล็ดเพื่อเอาความชื้นออก และส่งต่อไปยังโรงงานสกัดน้ำมันจากเมล็ดในต่อไป

บำบัดน้ำเสียโรงงานด้วยการผลิตไบโอแก๊ส

         นอกจากจะมีกระบวนการผลิตที่ใช้ทุกวัสดุอย่างคุ้มค่าแล้ว ทางบริษัทฯ ยังมีโครงการไบโอแก๊สจากน้ำเสียในโรงงาน เพื่อผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้และจำหน่าย โดยร่วมกับ บริษัท ไทยไบโอแก๊ส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งจะบำบัดน้ำเสียจากโรงงานแปรรูปผลิตผลด้านการเกษตร เพื่อใช้ผลิตก๊าซชีวภาพและนำกลับเข้าโรงงาน เพื่อใช้แทนที่พลังงานจากถ่านหิน, น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา โดยใช้เทคโนโลยี Cover Lagoon ซึ่งก็คือ ระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพชนิดหนึ่ง ที่อาศัยจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ใช้อ็อกซิเจนจากอากาศ หรือที่เรียกว่า Anaerobic Bacteria ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ภายใต้สภาวะไร้อากาศ จากโครงสร้างบ่อที่เป็นระบบปิด ซึ่งคลุมด้วยแผ่นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น และกันน้ำ เพื่อทำหน้าที่สร้างภาวะไร้อากาศ และช่วยกักเก็บก๊าซจากกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรีย ซึ่งระบบนี้ สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านกายภาพ ชีวภาพ และเคมี กล่าวคือ ช่วยลดความขุ่น, กลิ่น, สี,  ลดค่า BOD และ COD นอกจากนี้ยังได้ก๊าซชีวภาพ เป็นผลพลอยได้ ซึ่งประกอบด้วย ก๊าซมีเทน (CH4), ก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ (CO2), ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S), ก๊าซแอมโมเนีย (NH4) และไอน้ำ (H2O) ฯลฯ ซึ่งก๊าซชีวภาพนี้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานได้ เมื่อทำการกรองก๊าซที่ไม่ต้องการออกไปก่อน การผลิตก๊าซชีวภาพดังกล่าว สามารถลดมลพิษทางน้ำและอากาศในชุมชน ผลิตพลังงานทดแทนและไฟฟ้า และบรรเทาสภาวะโลกร้อนโดยการกักเก็บมีเทน นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่า โครงการสามารถป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเสียจากโรงงานตามแหล่งน้ำธรรมชาติของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          “เมื่อก่อนโรงงานปาล์มส่วนใหญ่ ก็จะใช้วิธีผลิตไบโอแก๊สจากแทงค์ หรือเรียกว่า CSTR แต่เนื่องจากว่า ปริมาตรของแทงค์นั้นจำกัด น้ำเสียจากสวนปาล์มไม่สามารถเข้าไปอยู่ในแทงค์ได้ทั้งหมด เราจึงดีไซต์ในส่วนของ Cover Lagoon ซึ่งเราได้ไปดูเทคโนโลยีของโรงงานแป้ง และฟาร์มหมู ที่เขาทำไบโอแก๊สมา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ่อดิน เราก็มาลองใช้กับการบำบัดน้ำเสียของเราด้วย หลังจากนั้น โรงงานปาล์มทั้งประเทศ ก็จะใช้เทคโนโลยีนี้ทั้งหมด ซึ่งเป็นบ่อดินแบบปิด

เมื่อเราได้ไบโอแก๊สแล้ว ก็นำไปผลิตไฟฟ้า เรามีเครื่องยนต์ที่เป็น Gas engine โดยเอาแก๊สมาเป็นเชื้อเพลงในการปั่นไฟ ถ้านับเฉพาะที่โรงงานนี้ก็ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 2.8 เมกกะวัตต์ ถ้ารวมสาขาอื่นด้วยก็ผลิตได้ประมาณ 5.8 เมกกะวัตต์ ซึ่งในส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากไบโอแก๊ส เราจำหน่ายให้การไฟฟ้า เป็นรายได้อีกทางหนึ่ง เพราะในเราผลิตไฟฟ้าจากกากใยของทะลายปาล์มใช้เองในโรงงานอยู่แล้วคุณพิพิธกล่าว

ส่งเสริมปาล์มไทยรักษ์โลก

          ประเด็นที่ การปลูกปาล์มบางพื้นที่ ที่ทำให้เกิดการถางป่าและบุกรุกผืนป่า ทำให้ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูกเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด  จนรัฐบาลเยอรมนีได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการรับรองแหล่งที่มีของการผลิตน้ำมันปาล์มที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มมาตรการกีดกันผู้ส่งออกที่ละเลยการผลิตที่ยั่งยืน โดยมาเลเซียและอินโดนีเซียเป็นสองประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกฎดังกล่าว ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มเป็นอย่างมาก รวมทั้งประเทศไทย ทางบริษัทฯ จึงมีการส่งเสริมและริเริ่มการปลูกปาล์มด้วยกระบวนการปลูกที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งการใช้ประโยชน์จากทะลายปาล์มในการนำไปหรับหน้าดิน เพราะทะลายเปล่าปาล์มจะช่วยรักษษความชื้นของดิน อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีในการผลิตปุ๋ยด้วยทะลายปาล์ม เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในการเพาะเลี้ยงต้นกล้า ทั้งประหยัดค่าใช้จ่าย และไร้สารเคมี

ในเรื่องของศัตรูพืช สวนปาล์มก็จะประสบปัญหาจากหนู และกระรอก ที่กินเมล็ดปาล์ม ทางบริษัทฯ จึงเลือกใช้กลวิธีทางธรรมชาติ ในการกำจัดศัตรูของปาล์มน้ำมัน คือการเลี้ยงนกแสก เพื่อไล่หนู ซึ่งนกแสกหนึ่งตัว จะกินหนูได้ประมาณ 3 ตัว ต่อคืน ซึ่งหลังจากได้ลองใช้วิธีนี้แล้ว ปรากฏว่าลดการใช้สารเคมีในการกำจัดหนูได้ค่อนข้างมาก และบริษัทฯ ยังได้เพาะเลี้ยงนกแสก เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรนำไปใช้ในส่วนปาล์มของตัวเองด้วย ลูกนกแต่ละรุ่นที่ออกมา ก็จะมีคนมารอคิวรับไปเลี้ยงเพื่อกำจัดหนูในสวนของตัวเองต่อไป

ความจริงแล้ว การปลูกปาล์มในไทยไม่ได้ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างที่คิด อย่างบริษัทเราเอง นอกจากจะทำทุกอย่างไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังพยายามนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นของเสีย หรือขยะ และน้ำเสียที่มาจากกระบวนการผลิต เรานำมาต่อยอดได้หมด รวมไปถึงการปลูกปาล์ม เรามีขั้นตอนทุกอย่างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หากแต่ไม่มีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้มากเท่าที่ควร ปาล์มไทยจึงถูกเหมารวมเอาว่าอาจเป็นเป็นเหมือนประเทศอื่นๆ ที่ถูกกีดกัน ดังนั้น เราควรช่วยกันสนับสนุนปาล์มไทย และช่วยกันบอกกล่าวประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้  คุณพิพิธกล่าวทิ้งท้าย

          โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งต้นแบบโรงงานที่เห็นคุณค่าและความสำคัญของการจัดการระบบพลังงานทั้งของในโรงงาน และแปรรูปเป็นรายได้เสริม อีกทั้งยังใส่ใจในระบบการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูก การดูแล จนถึงการนำมาสกัดน้ำมัน ทุกขั้นตอนล้วนคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และยืนยันว่ากระบวนการปลูกปาล์มน้ำมันไทย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน…