PTG เดินเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซล (B100) และน้ำมันโอลีน (Olein) ในโครงการผลิตปาล์มคอมเพล็กซ์ แห่งแรกของไทย รวบรวมทุกอุตสาหกรรมบนห่วงโซ่น้ำมันปาล์ม ไว้ในที่เดียวกัน ภายใต้แนวคิดการผลิตแบบ Zero Waste ที่สามารถ นำสิ่งเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด และการบูรณาการเพื่อบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โครงการปาล์มคอมเพล็กซ์ ดำเนินการโดย บริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด ร่วมทุนระหว่าง PTG กับพันธมิตรอีก 2 รายที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจปาล์มน้ำมันยาวนานกว่า 20 ปี โดยเข้าร่วมทุนในโครงการปาล์มน้ำมันครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย บนพื้นที่ 1,000 ไร่ ที่อำเภอสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยปาล์มคอมเพล็กซ์ จะมีกำลังการผลิตไบโอดีเซล 450,000 ลิตรต่อวัน และน้ำมันปาล์มเพื่อบริโภค 200,000 ลิตรต่อวัน

รังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า PTG ในฐานะของผู้ค้าน้ำมันก็เล็งเห็นความสำคัญของโครงการปาล์มน้ำมัน กอปรกับมีพันธมิตร ซึ่งอยู่ในธุรกิจทางด้านเกษตร ก็คือ บริษัท ท่าฉางสวนปาล์มนํ้ามันอุตสาหกรรม จำกัด ที่มีประสบการณ์มาไม่น้อยกว่า 20 ปี และ บริษัท อาร์ ดี เกษตร พัฒนา จำกัด ผู้ผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมันรายใหญ่ จัดตั้ง บริษัท บริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด (PPP) เพื่อดำเนินโครงการปาล์มน้ำมันครบวงจร หรือที่เรียกว่า ปาล์มคอมเพล็กซ์ โดยการลงทุน PTG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ท่าฉางสวนปาล์มนํ้ามันอุตสาหกรรมฯ ร้อยละ 50 และอาร์ ดี เกษตร พัฒนาฯ ร้อยละ 10 เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 และเริ่มดำเนินการผลิตแบบครบวงจรในเดือนมิถุนายน 2561

“กำลังการผลิตของปาล์มคอมเพล็กซ์ ไม่ต้องกังวล ณ ปัจจุบันทางด้าน PTG มีความ สามารถที่จะรับซื้อผลผลิต B100 เพราะที่นี่กำลังการผลิต 400,000 ลิตร เท่านั้นเอง ในขณะที่ความต้องการเราอยู่ที่ 500,000-600,000 ลิตร เป็นจุดที่สามารถสร้างความมั่นคงและรายได้ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน”

ปาล์มคอมเพล็กซ์ใช้เงินลงทุนราว 3.6 พันล้านบาท ได้ออกแบบโรงงานให้สามารถรองรับการผลิตไบโอดีเซล (B100) เต็มที่ประมาณ 900,000 ลิตรต่อวัน เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในเฟส 2 ที่เป็นการต่อยอดอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ใช้เงินลงทุนราว 1-1.5 พันล้านบาท จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงจากทะลายปาล์ม ขนาด 7 เมกะวัตต์ เพื่อใช้ภายในโครงการ ซึ่งจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังจากเฟส 1 ได้เปิดดำเนินการ 3 ปี เพื่อระดมทุนมาใช้ลงทุนในเฟส 2

เชาวลิต ศุภนคร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีพีพี คอมเพล็กซ์ จำกัด กล่าวว่า ปาล์มคอมเพล็กซ์ยังตั้งในทำเลที่ใกล้แหล่งผลิตปาล์มน้ำมันของประเทศ ได้เปรียบในเรื่องการขนส่งทางบก เพราะใกล้รถไฟรางคู่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ทางน้ำใกล้ท่าเรือบางสะพานและท่าเรือระนอง ทำให้สามารถส่งออกน้ำมันไปยังต่างประเทศได้ ทั้งในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน รวมทั้งยังประสานเทคโนโลยีเครื่องจักรการผลิตที่ทันสมัย ให้ประสิทธิภาพสูง ช่วยลดต้นทุนในการผลิต
“ดำเนินการผลิตภายใต้หลักการของ Zero Waste คือการนำผลพลอยได้จากการผลิตมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยไม่เกิดการสูญเสียและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ที่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์”

ปาล์มคอมเพล็กซ์ ประกอบไปด้วยสายการผลิตในรูปแบบอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ประกอบด้วย โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ขนาดกำลังการผลิต 380 ตันต่อวัน สามารถรองรับผลปาล์มของเกษตรกรได้ถึง 1,800-2,000 ตันต่อวัน น้ำมันปาล์มดิบที่ได้จะถูกส่งเป็นวัตถุดิบในกระบวนการ Refining ต่อไป โรงผลิตน้ำมันปาล์มโอลีน ทำการผลิตน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค ด้วยกำลังการผลิต 200,000 ลิตรต่อวัน น้ำมันปาล์มที่ได้จำหน่ายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมและการบริโภคทั่วไป โรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซล (B100) กำลังการผลิต 450,000 ลิตรต่อวัน ไบโอดีเซลที่ผลิตได้จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมทั่วประเทศ พีพีพีจะมี คลังจัดเก็บน้ำมัน ประมาณ 100,000 ตัน ทำให้บริษัทฯ มีวัตถุดิบรองรับการผลิตได้นานถึง 3 เดือน ทั้งยังเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของประเทศ ทำให้สามารถแข่งขันด้านต่างๆ และส่งออกส่งต่างประเทศได้ และผลพลอยได้จากการผลิตไบโอดีเซล (B100) คือกลีเซอรีน เป็นตัวที่แยกมาจาก B100 โดยจะมีโรงสกัดกลีเซอรีน ซึ่งความบริสุทธิ์อยู่ที่ 99.7% อยู่ในระดับ Pharmaceutical Grade ที่เป็นการเพิ่มมูลค่าได้ถึง 3 เท่า

สำหรับ โรงงานไฟฟ้าและไอน้ำ โดยนำทะลายปาล์มซึ่งเป็นผลพลอยได้จากสกัดน้ำมันปาล์มดิบมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาด 7 เมกะวัตต์และไอน้ำ 45 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งทะลายปาล์มส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการสกัดของโรงงานเอง อีกส่วนจะรับซื้อทะลายปาล์มจากข้างนอกมาทำการสับและหีบ โดยในทะลายปาล์มเปล่าจะมีน้ำมันติดค้างอยู่ เมื่อผลปาล์มได้รับความร้อนจะคายน้ำมันออกมา ฉะนั้นทางโรงงานจะมีการ Recover เพื่อลดการเกิดของเสียในกระบวนการผลิตซึ่งพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำมันที่ได้จะถูกส่งกลับเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ใช้ในสายการผลิตที่ปาล์มคอมเพล็กซ์ต่อไป โดยปกติแล้วปาล์มคอมเพล็กซ์จะใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 6.5 เมกะวัตต์ ฉะนั้นการผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองภายในโครงการฯ จึงไม่กระทบกับกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ ที่จะจ่ายให้กับชาวบ้าน และส่วนของ โรงงานไบโอแก๊ส โดยการหมักน้ำเสียจากกระบวนการสกัดน้ำมันปาล์มและส่วนอื่นๆ ของโรงงาน ไบโอแก๊สที่ได้จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการผลิตไอน้ำ ลดต้นทุนการใช้น้ำมันเตาสำหรับกระบวนการผลิตไอน้ำ เสริมการครบวงจรของปาล์มคอมเพล็กซ์อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ในส่วนของโรงสกัดปาล์มน้ำมัน จะรับซื้อผลปาล์มจากชาวบ้าน ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นส่วนที่ อาร์ ดี เกษตร พัฒนาฯ เข้าไปส่งเสริมแล้วเป็นจำนวนกว่า 700,000 ไร่ และนำมาเข้าสู่โรงสกัด เพื่อหีบห่อมาเป็นน้ำมันปาล์มดิบ (CPO)

โครงการอุตสาหกรรมปาล์มครบวงจรหรือที่เรียกว่า ปาล์มคอมเพล็กซ์ แห่งนี้ จะเริ่มตั้งแต่การคัดสรรเมล็ดพันธุ์ปาล์มที่ให้น้ำมันมากเพื่อทำสวนปาล์ม โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม โรงบรรจุน้ำมันปาล์ม เพื่อบริโภค โรงงานผลิตไบโอดีเซล (B100) และมีคลังเก็บน้ำมันอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้ลดต้นทุนค่าขนส่ง ขณะเดียวกันก็นำน้ำเสียที่ได้จากกระบวนการผลิตมาหมักผลิตก๊าซชีวภาพ รวมทั้งทะลายปาล์มก็นำมาเผาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในโรงงาน ถือว่าเป็นการผลิตทุกอุตสาหกรรมในห่วงโซ่น้ำมันไว้ในที่เดียวอย่างครบวงจร